Bitter bean

ประโยชน์ของ “สะตอ”ของดีชาวปักษ์ใต้

สะตอ (Parkia speciosa หรือ Petai) มีรูปร่างคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ เป็นที่รู้จักกันดีในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศลาว ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น สะตอนั้นอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงมีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต มีสรรพคุณที่ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยบำรุงสมองและสุขภาพดวงตา โดยส่วนใหญ่คนนิยมนำมารับประทานทั้งแบบดิบและแบบสุก  นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

คุณค่าทางโภชนาการของสะตอ

  1. คุณค่าทางโภชนาการของสะตอ 100 กรัม (ให้พลังงาน 124 กิโลแคลอรี่) ให้สารอาหาร ดังต่อไปนี้
  2. ธาตุเหล็ก 3.4 มิลลิกรัม
  3. วิตามินซี 32.7 มิลลิกรัม
  4. วิตามินบี 1 0.15 มิลลิกรัม
  5. วิตามินบี 2 0.2 มิลลิกรัม
  6. วิตามินบี 3 0.5 มิลลิกรัม
  7. โพแทสเซียม 376 มิลลิกรัม
  8. แคลเซียม 126 มิลลิกรัม
  9. โซเดียม 11 มิลลิกรัม
  10. ฟอสฟอรัส 3 มิลลิกรัม
  11. คาร์โบไฮเดรต 16.9 กรัม
  12. โปรตีน 10 กรัม
  13. ไขมัน 1.8 กรัม
  14. ไฟเบอร์ 1 กรัม 

ประโยชน์จากสะตอ

  • บรรเทาอาการซึมเศร้า
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคโลหิตจาง
  • รักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด
  • บรรเทาอาการท้องผูก
  • บรรเทาอาการท้องผูก
  • บำรุงสมอง

ผลข้างเคียงในการบริโภค

สะตอมีกรดแจงโคลิก (Djenkolic acid)  เป็นกรดกำมะถัน มีพิษเล็กน้อย หากรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์ โรคไตวายเฉียบพลัน โรคนิ่ว เป็นที่ทราบกันดีว่าสะตอนั้นมีกลิ่นฉุน หากรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจทำให้มีกลิ่นปากและปัสสาวะมีกลิ่น