งูเข้าบ้าน

วิธีไล่งูและป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้าน

งูเลื้อยเข้าบ้าน ถ้าเป็นในเรื่องของความเชื่อที่คนโบราณกล่าวขานกัน มีความเชื่อหลากหลายทั้งถือเป็นลางดีและไม่ดี หากมองเป็นลางไม่ดี เชื่อกันว่าหากงูเข้าบ้านจะต้องมีคนในบ้านเจ็บป่วย หรือรุนแรงถึงต้องเสียชีวิตแต่บางความเชื่อก็บอกว่า หากเป็นงูตัวเล็กไม่มีพิษเข้าบ้าน ถือว่าเป็นลางดี คนในบ้านจะอยู่เย็นเป็นสุข ได้รับเงินทอง หรืออาจมีงานมงคลเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ หากเป็นงูใหญ่เลื้อยเข้าบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องมงคล แต่หากไปฆ่างูนั้น จะเกิดเรื่องเดือดร้อน ความวุ่นวาย ภายในบ้าน ต้องเสียทรัพย์ ขโมยขึ้นบ้าน หรือคนในบ้านเจ็บป่วย นอกจากนี้ยังเชื่อว่างูใหญ่อย่างงูเหลือม งูหลาม อาจเป็นงูเจ้าที่ ที่เข้ามาเพื่อตักเตือน หากเจ้าของบ้านได้ทำการกระทำการลบหลู่หรือผิดศีลธรรม

ช่องทางไหนบ้างที่งูจะสามารถเข้ามาในบ้านได้

วิธีไล่งู และป้องกันงูเข้าบ้านต้องเริ่มที่ช่องทางเข้าบ้าน เพราะงูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สามารถเดินทางได้ในเกือบทุกที่ ไม่ว่าจะในน้ำ หรือที่มีความลาดเอียงได้ถึง 90 องศาเลยทีเดียว แต่สำหรับตัวบ้านนั้น ช่องทางที่งูจะสามารถเดินทางเข้ามาในบ้านได้นั้นมีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะรูใหญ่ รูเล็ก และบางช่องทางที่เราคิดไม่ถึง แต่หลัก ๆ ที่เรา จะคอยป้องกันได้ ก็คือ

1. ประตู

ควรปิดประตูให้เรียบร้อย เพราะเป็นหนึ่งช่องทางขนาดใหญ่ที่งูจะเข้ามาในบ้านได้อย่างง่ายดาย การติดประตูมุ้งลวดก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง

2. หน้าต่าง

เป็นอีกหนึ่งช่องทางขนาดใหญ่ที่งูสามารถเล็ดรอดเข้ามาอย่างง่ายดาย จึงควรปิดทุกครั้งหากไม่ได้อยู่ในห้อง หรือในบ้าน อาจติดมุ้งลวดหรือตาข่ายกันแมลงก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง

3. ช่องลมรอบตัวบ้าน

อีกหนึ่งช่องทางที่หลายคนไม่นึกถึง แต่งูสามารถเข้ามาในบ้านได้ อาจติดมุ้งลวดในจุดที่ไม่ค่อยมีคนอยู่ก็ช่วยได้เช่นกัน

4. รอยร้าวรอบบ้าน

รอยร้าว รู หรือโพรง เป็นจุดที่งูชอบเข้ามาภายในบ้าน เราจึงควรดูแลซ่อมแซมบ้านให้ดี

5. ชักโครกหรือบ่อพักสิ่งปฏิกูล

เป็นอีกหนึ่งที่ที่ควรระวัง ที่หลายบ้านมองข้าม ควรหมั่นดูความเรียบร้อย ว่าฝาบ่อพักสิ่งปฏิกูลชำรุดหรือไม่ อาจทำให้งู เล็ดลอดเข้าไป แล้วหาทางออกไม่ได้ จึงโผล่เข้ามาบริเวณชักโครก

งูเข้าบ้านแล้วต้องทำอย่างไร

มาดูวิธีไล่งู เมื่องูเข้าบ้านสิ่งแรกเลยที่ควรมีคือ “สติ” ว่าจะทำอย่างไรต่อ ไม่ควรตกใจ เพราะอาจทำให้เหตุการณ์บานปลาย สิ่งที่ควรทำคือ

1. สังเกตประเภทของงู

การสังเกตว่างูมีพิษหรือมีพิษนั้น จริง ๆ แล้วแยกแยะได้ยาก แต่อาจสังเกตได้จากลักษณะเด่นของงูมีพิษ เช่น งูเห่า หรืองูจงอาง จะแผ่แม่เบี้ย งูสามเหลี่ยม ลำตัวจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ส่วนงูเขียวหางไหม้และงูกะปะมีลักษณะแก้มป่อง ตัวสั้น มีเกล็ดละเอียด แต่หากไม่รู้จริง ๆ ให้สันนิษฐานก่อนเลยว่าเป็นงูมีพิษ

2. คอยดูด้วยระยะที่ปลอดภัย

งูเหล่านี้ ก็กลัวคนเช่นกัน ถ้าหากเราไม่เข้าใกล้เกินไป งูเหล่านี้จะไม่เข้ามาทำร้าย คอยสังเกตว่างูกำลังจะไปในทิศทางไหน เพื่อจะได้ชี้นำการจับได้ง่ายขึ้น หากงูเคลื่อนเข้าหาให้ค่อย ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ ถอยหลังไปในทิศทางอื่น ด้วยความระวัง ไม่ควรวิ่ง ไล่ หรือขว้างปาสิ่งของ งูจะได้ไม่ตกใจและพุ่งเข้าทำร้าย

3. ขอความช่วยเหลือ

ถ้าไม่มีประสบการณ์ หรือไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการจับ ควรโทรเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

– โทร. 199 สำหรับแจ้งอัคคีภัยและสัตว์เข้าบ้าน

– โทร. 1677 รายการวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน

-โทร. 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หากโดนกัด